สัญญาทั้งหมด/สัญญาซื้อขายรถยนต์

ตัวอย่างเอกสาร

2,451 ตัวอักษร

สัญญาซื้อขายรถยนต์ / Vehicle Sale Agreement

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ [วัน] เดือน [เดือน] พ.ศ. [ปี]

 

คู่สัญญา

 

ผู้ขาย: [คำนำหน้า] [ชื่อ] [นามสกุล] เลขประจำตัวประชาชน [เลขบัตรประชาชน 13 หลัก]

ที่อยู่ เลขที่ [ที่อยู่] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด]

เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทร] (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ขาย")

 

ผู้ซื้อ: [คำนำหน้า] [ชื่อ] [นามสกุล] เลขประจำตัวประชาชน [เลขบัตรประชาชน 13 หลัก]

ที่อยู่ เลขที่ [ที่อยู่] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด]

เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทร] (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ซื้อ")

 

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาซื้อขายรถยนต์โดยมีข้อความดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 รายละเอียดรถยนต์

 

ผู้ขายตกลงขายและผู้ซื้อตกลงซื้อรถยนต์คันดังรายละเอียดต่อไปนี้:

 

ยี่ห้อ: [ยี่ห้อรถ] รุ่น: [รุ่นรถ] ปี: [ปีที่ผลิต]

สี: [สีรถ] หมายเลขทะเบียน: [เลขทะเบียน] [จังหวัด]

เลขตัวถัง (Chassis No.): [เลขตัวถัง]

เลขเครื่องยนต์ (Engine No.): [เลขเครื่องยนต์]

เลขที่เล่มทะเบียน: [เลขที่เล่มทะเบียน]

เลขไมล์: [ระยะทาง] กิโลเมตร

 

ข้อ 2 ราคาและการชำระเงิน

 

2.1 ราคาขาย: [จำนวนเงิน] บาท ([ตัวอักษร])

 

2.2 เงินมัดจำ: [จำนวนเงินมัดจำ] บาท ชำระแล้ววันที่ทำสัญญานี้

 

2.3 ยอดคงเหลือ: [จำนวนเงินคงเหลือ] บาท ชำระภายในวันที่ [วันชำระ]

 

2.4 วิธีชำระเงิน: [เงินสด/โอนเงิน/เช็ค]

 

ข้อ 3 สภาพรถและอุปกรณ์

 

3.1 ผู้ซื้อได้ตรวจสอบสภาพรถแล้ว ยอมรับสภาพรถตามที่เป็นอยู่

ฟรี

พร้อมใช้งานทันที

สัญญาซื้อขายรถยนต์: คู่มือสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย

สัญญาซื้อขายรถยนต์คืออะไร?

สัญญาซื้อขายรถยนต์เป็นสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453-464 ที่ผู้ขายตกลงขายและส่งมอบกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อตกลงรับซื้อและชำระเงินตามที่ตกลงกัน

การทำสัญญาที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันข้อพิพาทเกี่ยวกับสภาพรถ การชำระเงิน และการโอนกรรมสิทธิ์

องค์ประกอบสำคัญของสัญญา

1. คู่สัญญา

  • ผู้ขาย: ต้องเป็นเจ้าของรถตามเล่มทะเบียน หรือมีสิทธิ์ขายตามกฎหมาย
  • ผู้ซื้อ: ต้องบรรลุนิติภาวะ มีความสามารถตามกฎหมาย

2. รายละเอียดรถยนต์

ต้องระบุให้ชัดเจน:

  • ยี่ห้อ รุ่น ปี สี
  • เลขทะเบียน เลขตัวถัง (Chassis No.) เลขเครื่องยนต์
  • เลขที่เล่มทะเบียน
  • สภาพรถ อุปกรณ์ประกอบ
  • เลขไมล์

3. ราคาและการชำระเงิน

  • ราคาขาย: ระบุเป็นตัวเลขและตัวอักษร
  • วิธีชำระ: เงินสด/โอนเงิน/เช็ค/ผ่อนชำระ
  • เงินมัดจำ: จำนวนและวันชำระ
  • ยอดคงเหลือ: กำหนดชำระและเงื่อนไข

4. การโอนกรรมสิทธิ์

  • กำหนดวันที่โอน
  • ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอน
  • ค่าภาษีโอน ค่าธรรมเนียม

5. การส่งมอบรถ

  • วัน เวลา สถานที่ส่งมอบ
  • สภาพรถ อุปกรณ์ที่ส่งมอบ
  • เอกสารที่ต้องส่งมอบ

สิทธิและหน้าที่

หน้าที่ผู้ขาย

  1. รับประกันว่าเป็นเจ้าของรถและมีสิทธิ์ขายตามกฎหมาย
  2. ส่งมอบรถในสภาพตามที่ตกลงกัน
  3. ส่งมอบเอกสารครบถ้วน (เล่มทะเบียน, คู่มือ, กุญแจ)
  4. ไม่มีภาระผูกพัน หนี้สิน หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับรถ
  5. ให้ความร่วมมือในการโอนกรรมสิทธิ์

หน้าที่ผู้ซื้อ

  1. ชำระเงินตามที่ตกลงกัน
  2. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้
  3. ตรวจสอบสภาพรถและเอกสาร
  4. ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ข้อควรระวังสำหรับผู้ซื้อ

ก่อนซื้อ

  1. ตรวจสอบเอกสาร:

    • เล่มทะเบียนรถต้องเป็นตัวจริง ไม่ถูกยึด
    • ตรวจสอบชื่อเจ้าของกับบัตรประชาชนผู้ขาย
    • เช็คภาระหนี้ผ่านแอพ DLT
  2. ตรวจสภาพรถ:

    • ตรวจเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง เบรก
    • ตรวจโครงสร้าง ตัวถัง สีรถ
    • ทดลองขับ
    • ใช้บริการตรวจสภาพรถจากผู้เชี่ยวชาญ
  3. เช็คประวัติ:

    • ตรวจประวัติอุบัติเหตุ
    • ตรวจประวัติการซ่อมแซม
    • ตรวจไมล์ย้อนกลับ

ขณะทำสัญญา

  • อ่านทุกข้อความอย่างละเอียด
  • ตรวจรายละเอียดรถให้ตรงกับสภาพจริง
  • ถ่ายรูป/วิดีโอสภาพรถทุกมุม
  • เก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง

หลังทำสัญญา

  • รีบดำเนินการโอนภายใน 30 วัน (หลีกเลี่ยงค่าปรับ)
  • เก็บสัญญาและเอกสารทุกอย่าง
  • ตรวจสอบภาษีและประกันภัย

ข้อควรระวังสำหรับผู้ขาย

  1. รับเงินอย่างปลอดภัย: ใช้เช็คธนาคาร/โอนเงินผ่านธนาคาร
  2. ส่งมอบเมื่อได้เงินครบ: อย่าส่งมอบก่อนได้รับเงินทั้งหมด
  3. แจ้งโอนภายใน 30 วัน: หลีกเลี่ยงรับผิดจากการกระทำของผู้ซื้อ
  4. เก็บหลักฐาน: ใบเสร็จ สำเนาเอกสาร ภาพถ่าย

ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย

ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (ที่กรมการขนส่ง)

  1. ค่าธรรมเนียมโอน: 1% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า)
  2. ค่าทำเล่มทะเบียนใหม่: ประมาณ 200-300 บาท
  3. ค่าตรวจสภาพรถ: ฟรี (บางจังหวัด) - 500 บาท
  4. ค่าป้ายทะเบียน: กรณีเปลี่ยนป้าย ประมาณ 500-1,000 บาท

ภาษีที่เกี่ยวข้อง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม: 7% (กรณีซื้อจากผู้ประกอบการ)
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ: 0.1% (กรณีซื้อขายภายใน 5 ปี จากผู้ประกอบการ)
  • อากรแสตมป์: 0.1% ของราคาซื้อขาย (กรณีไม่มี VAT)

โดยปกติ: ผู้ซื้อและผู้ขายแบ่งค่าธรรมเนียมโอนกันคนละครึ่ง หรือตามที่ตกลงกัน

กรณีซื้อรถที่มีภาระหนี้

หากรถยังมียอดผ่อนค้างอยู่:

  1. ผู้ขายปิดหนี้เอง: ชำระยอดคงเหลือให้หมดก่อนโอน
  2. ผู้ซื้อชำระแทน: หักจากราคาซื้อขาย โอนเงินตรงไปธนาคารเจ้าหนี้
  3. ซื้อต่อสัญญา: ติดต่อธนาคารเพื่อโอนสัญญา (ต้องได้รับอนุมัติ)

ข้อควรระวัง: อย่ารับรถและจ่ายเงินก่อนปิดหนี้ชัดเจน

การยกเลิกสัญญา

ผู้ซื้อมีสิทธิ์ยกเลิก กรณี:

  • รถมีตำหนิบกพร่องร้ายแรงที่ปกปิดไว้
  • ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบรถตามกำหนด
  • พบว่าผู้ขายไม่มีสิทธิ์ขาย (รถโจรกรรม/มีหนี้)

ผู้ขายมีสิทธิ์ยกเลิก กรณี:

  • ผู้ซื้อผิดนัดชำระเงิน
  • ผู้ซื้อไม่มารับมอบรถตามกำหนด

เงินมัดจำ

  • หากผู้ซื้อผิดสัญญา: ผู้ขายริบเงินมัดจำได้
  • หากผู้ขายผิดสัญญา: ต้องคืนเงินมัดจำเป็นสองเท่า (ตามมาตรา 374)

การแก้ไขข้อพิพาท

  1. เจรจากัน: พยายามตกลงกันก่อน
  2. ใช้สัญญาเป็นหลักฐาน: อ้างอิงข้อความในสัญญา
  3. ไกล่เกลี่ย: ผ่านสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
  4. ฟ้องร้อง: หากตกลงกันไม่ได้

อายุความ: 10 ปี นับแต่วันมีสิทธิฟ้อง

เคล็ดลับการทำสัญญาที่ดี

  1. ระบุรายละเอียดครบถ้วน: ยิ่งละเอียดยิ่งดี
  2. ทำเป็นหนังสือเสมอ: แม้กฎหมายไม่บังคับ
  3. ถ่ายรูปหลักฐาน: รถ เอกสาร การชำระเงิน
  4. มีพยาน: อย่างน้อย 2 คน
  5. ตรวจสอบข้อมูล: อย่าเชื่อคำพูดอย่างเดียว

สรุป

การซื้อขายรถยนต์เป็นธุรกรรมมูลค่าสูง การทำสัญญาที่ถูกต้องครบถ้วนจะช่วยป้องกันปัญหา:

  • คุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
  • เป็นหลักฐานทางกฎหมาย
  • ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอก
  • อำนวยความสะดวกในการโอนกรรมสิทธิ์

หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความก่อนลงนาม


คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีปัญหาควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาต