ตัวอย่างเอกสาร
2,451 ตัวอักษรพร้อมใช้งานทันที
สัญญาอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สัญญาซื้อขายรถยนต์: คู่มือสำหรับผู้ซื้อและผู้ขาย
สัญญาซื้อขายรถยนต์คืออะไร?
สัญญาซื้อขายรถยนต์เป็นสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453-464 ที่ผู้ขายตกลงขายและส่งมอบกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ให้แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ซื้อตกลงรับซื้อและชำระเงินตามที่ตกลงกัน
การทำสัญญาที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันข้อพิพาทเกี่ยวกับสภาพรถ การชำระเงิน และการโอนกรรมสิทธิ์
องค์ประกอบสำคัญของสัญญา
1. คู่สัญญา
- ผู้ขาย: ต้องเป็นเจ้าของรถตามเล่มทะเบียน หรือมีสิทธิ์ขายตามกฎหมาย
- ผู้ซื้อ: ต้องบรรลุนิติภาวะ มีความสามารถตามกฎหมาย
2. รายละเอียดรถยนต์
ต้องระบุให้ชัดเจน:
- ยี่ห้อ รุ่น ปี สี
- เลขทะเบียน เลขตัวถัง (Chassis No.) เลขเครื่องยนต์
- เลขที่เล่มทะเบียน
- สภาพรถ อุปกรณ์ประกอบ
- เลขไมล์
3. ราคาและการชำระเงิน
- ราคาขาย: ระบุเป็นตัวเลขและตัวอักษร
- วิธีชำระ: เงินสด/โอนเงิน/เช็ค/ผ่อนชำระ
- เงินมัดจำ: จำนวนและวันชำระ
- ยอดคงเหลือ: กำหนดชำระและเงื่อนไข
4. การโอนกรรมสิทธิ์
- กำหนดวันที่โอน
- ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอน
- ค่าภาษีโอน ค่าธรรมเนียม
5. การส่งมอบรถ
- วัน เวลา สถานที่ส่งมอบ
- สภาพรถ อุปกรณ์ที่ส่งมอบ
- เอกสารที่ต้องส่งมอบ
สิทธิและหน้าที่
หน้าที่ผู้ขาย
- รับประกันว่าเป็นเจ้าของรถและมีสิทธิ์ขายตามกฎหมาย
- ส่งมอบรถในสภาพตามที่ตกลงกัน
- ส่งมอบเอกสารครบถ้วน (เล่มทะเบียน, คู่มือ, กุญแจ)
- ไม่มีภาระผูกพัน หนี้สิน หรือข้อพิพาทเกี่ยวกับรถ
- ให้ความร่วมมือในการโอนกรรมสิทธิ์
หน้าที่ผู้ซื้อ
- ชำระเงินตามที่ตกลงกัน
- รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้
- ตรวจสอบสภาพรถและเอกสาร
- ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อควรระวังสำหรับผู้ซื้อ
ก่อนซื้อ
-
ตรวจสอบเอกสาร:
- เล่มทะเบียนรถต้องเป็นตัวจริง ไม่ถูกยึด
- ตรวจสอบชื่อเจ้าของกับบัตรประชาชนผู้ขาย
- เช็คภาระหนี้ผ่านแอพ DLT
-
ตรวจสภาพรถ:
- ตรวจเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง เบรก
- ตรวจโครงสร้าง ตัวถัง สีรถ
- ทดลองขับ
- ใช้บริการตรวจสภาพรถจากผู้เชี่ยวชาญ
-
เช็คประวัติ:
- ตรวจประวัติอุบัติเหตุ
- ตรวจประวัติการซ่อมแซม
- ตรวจไมล์ย้อนกลับ
ขณะทำสัญญา
- อ่านทุกข้อความอย่างละเอียด
- ตรวจรายละเอียดรถให้ตรงกับสภาพจริง
- ถ่ายรูป/วิดีโอสภาพรถทุกมุม
- เก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง
หลังทำสัญญา
- รีบดำเนินการโอนภายใน 30 วัน (หลีกเลี่ยงค่าปรับ)
- เก็บสัญญาและเอกสารทุกอย่าง
- ตรวจสอบภาษีและประกันภัย
ข้อควรระวังสำหรับผู้ขาย
- รับเงินอย่างปลอดภัย: ใช้เช็คธนาคาร/โอนเงินผ่านธนาคาร
- ส่งมอบเมื่อได้เงินครบ: อย่าส่งมอบก่อนได้รับเงินทั้งหมด
- แจ้งโอนภายใน 30 วัน: หลีกเลี่ยงรับผิดจากการกระทำของผู้ซื้อ
- เก็บหลักฐาน: ใบเสร็จ สำเนาเอกสาร ภาพถ่าย
ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย
ค่าโอนกรรมสิทธิ์ (ที่กรมการขนส่ง)
- ค่าธรรมเนียมโอน: 1% ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า)
- ค่าทำเล่มทะเบียนใหม่: ประมาณ 200-300 บาท
- ค่าตรวจสภาพรถ: ฟรี (บางจังหวัด) - 500 บาท
- ค่าป้ายทะเบียน: กรณีเปลี่ยนป้าย ประมาณ 500-1,000 บาท
ภาษีที่เกี่ยวข้อง
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม: 7% (กรณีซื้อจากผู้ประกอบการ)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ: 0.1% (กรณีซื้อขายภายใน 5 ปี จากผู้ประกอบการ)
- อากรแสตมป์: 0.1% ของราคาซื้อขาย (กรณีไม่มี VAT)
โดยปกติ: ผู้ซื้อและผู้ขายแบ่งค่าธรรมเนียมโอนกันคนละครึ่ง หรือตามที่ตกลงกัน
กรณีซื้อรถที่มีภาระหนี้
หากรถยังมียอดผ่อนค้างอยู่:
- ผู้ขายปิดหนี้เอง: ชำระยอดคงเหลือให้หมดก่อนโอน
- ผู้ซื้อชำระแทน: หักจากราคาซื้อขาย โอนเงินตรงไปธนาคารเจ้าหนี้
- ซื้อต่อสัญญา: ติดต่อธนาคารเพื่อโอนสัญญา (ต้องได้รับอนุมัติ)
ข้อควรระวัง: อย่ารับรถและจ่ายเงินก่อนปิดหนี้ชัดเจน
การยกเลิกสัญญา
ผู้ซื้อมีสิทธิ์ยกเลิก กรณี:
- รถมีตำหนิบกพร่องร้ายแรงที่ปกปิดไว้
- ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบรถตามกำหนด
- พบว่าผู้ขายไม่มีสิทธิ์ขาย (รถโจรกรรม/มีหนี้)
ผู้ขายมีสิทธิ์ยกเลิก กรณี:
- ผู้ซื้อผิดนัดชำระเงิน
- ผู้ซื้อไม่มารับมอบรถตามกำหนด
เงินมัดจำ
- หากผู้ซื้อผิดสัญญา: ผู้ขายริบเงินมัดจำได้
- หากผู้ขายผิดสัญญา: ต้องคืนเงินมัดจำเป็นสองเท่า (ตามมาตรา 374)
การแก้ไขข้อพิพาท
- เจรจากัน: พยายามตกลงกันก่อน
- ใช้สัญญาเป็นหลักฐาน: อ้างอิงข้อความในสัญญา
- ไกล่เกลี่ย: ผ่านสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
- ฟ้องร้อง: หากตกลงกันไม่ได้
อายุความ: 10 ปี นับแต่วันมีสิทธิฟ้อง
เคล็ดลับการทำสัญญาที่ดี
- ระบุรายละเอียดครบถ้วน: ยิ่งละเอียดยิ่งดี
- ทำเป็นหนังสือเสมอ: แม้กฎหมายไม่บังคับ
- ถ่ายรูปหลักฐาน: รถ เอกสาร การชำระเงิน
- มีพยาน: อย่างน้อย 2 คน
- ตรวจสอบข้อมูล: อย่าเชื่อคำพูดอย่างเดียว
สรุป
การซื้อขายรถยนต์เป็นธุรกรรมมูลค่าสูง การทำสัญญาที่ถูกต้องครบถ้วนจะช่วยป้องกันปัญหา:
- คุ้มครองทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
- เป็นหลักฐานทางกฎหมาย
- ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอก
- อำนวยความสะดวกในการโอนกรรมสิทธิ์
หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือทนายความก่อนลงนาม
คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีปัญหาควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาต