สัญญาทั้งหมด/สัญญาแฟรนไชส์

ตัวอย่างเอกสาร

6,961 ตัวอักษร

สัญญาแฟรนไชส์

FRANCHISE AGREEMENT

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ [วัน] เดือน [เดือน] พ.ศ. [ปี]

 

คู่สัญญา

 

ฝ่ายที่ 1 (ผู้ให้แฟรนไชส์): [ชื่อบริษัท] เลขทะเบียนนิติบุคคล [เลขทะเบียน] สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ [เลขที่] ถนน [ถนน] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด] รหัสไปรษณีย์ [รหัสไปรษณีย์] โดย [ชื่อผู้มีอำนาจลงนาม] ผู้มีอำนาจลงนาม เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทรศัพท์] ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ให้แฟรนไชส์"

 

ฝ่ายที่ 2 (ผู้รับแฟรนไชส์): [คำนำหน้า] [ชื่อ] [นามสกุล] / [ชื่อบริษัท] เลขทะเบียน [เลขทะเบียน] ที่อยู่ เลขที่ [เลขที่] ถนน [ถนน] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด] รหัสไปรษณีย์ [รหัสไปรษณีย์] เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทรศัพท์] อีเมล [อีเมล] ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้รับแฟรนไชส์"

 

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาแฟรนไชส์กันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 คำนิยาม

 

"แฟรนไชส์" หมายถึง ธุรกิจ [ประเภทธุรกิจ] ภายใต้ชื่อทางการค้า [ชื่อแบรนด์]

 

"ระบบแฟรนไชส์" หมายถึง วิธีการดำเนินธุรกิจ ความรู้ เทคนิค ระบบบริหารจัดการ และทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดของผู้ให้แฟรนไชส์

 

"พื้นที่แฟรนไชส์" หมายถึง พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสาขาแฟรนไชส์ตามที่ระบุในภาคผนวก

 

ข้อ 2 การมอบสิทธิ์

 

2.1 ผู้ให้แฟรนไชส์ตกลงมอบสิทธิ์ และผู้รับแฟรนไชส์ตกลงรับสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ ภายใต้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า และระบบธุรกิจของผู้ให้แฟรนไชส์

 

2.2 สิทธิ์ที่มอบให้เป็นสิทธิ์ [☐ พิเศษเฉพาะพื้นที่ (Exclusive) / ☐ ไม่พิเศษ (Non-exclusive)] ในพื้นที่ [ระบุพื้นที่]

 

2.3 ผู้รับแฟรนไชส์มีสิทธิ์เปิดสาขาได้ [จำนวน] สาขาในพื้นที่ดังกล่าว

 

2.4 สิทธิ์ที่มอบให้ไม่รวมถึงการขายซับแฟรนไชส์ต่อ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้แฟรนไชส์

 

ข้อ 3 ระยะเวลาสัญญา

 

3.1 สัญญานี้มีระยะเวลา [จำนวน เช่น 3-5] ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ [วันเริ่มต้น] ถึงวันที่ [วันสิ้นสุด]

 

3.2 การต่ออายุสัญญา: ผู้รับแฟรนไชส์มีสิทธิ์ขอต่ออายุสัญญาได้โดยแจ้งล่วงหน้า [จำนวนเดือน เช่น 3-6 เดือน] ก่อนครบกำหนด โดยต้องชำระค่าธรรมเนียมการต่อ [จำนวนเงิน หรือ ตามที่ตกลง] บาท และเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

ข้อ 4 ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์

 

4.1 ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น: ผู้รับแฟรนไชส์ได้ชำระค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น (Initial Franchise Fee) เป็นจำนวนเงิน [จำนวนเงิน] บาท ([ตัวอักษร]) แล้ว ในวันที่ลงนามสัญญานี้

ฟรี

พร้อมใช้งานทันที

สัญญาแฟรนไชส์: คู่มือสำหรับผู้ให้และผู้รับแฟรนไชส์

สัญญาแฟรนไชส์คืออะไร?

สัญญาแฟรนไชส์ (Franchise Agreement) เป็นสัญญาทางธุรกิจที่ผู้ให้แฟรนไชส์ (Franchisor) มอบสิทธิ์ให้ผู้รับแฟรนไชส์ (Franchisee) ในการใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า ระบบธุรกิจ และความรู้ในการดำเนินธุรกิจ โดยผู้รับแฟรนไชส์ต้องชำระค่าธรรมเนียมและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด

ในประเทศไทย แฟรนไชส์อยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั่วไป ไม่มีกฎหมายเฉพาะ จึงต้องระมัดระวังในการทำสัญญาให้ชัดเจนครบถ้วน

ประเภทแฟรนไชส์

1. Product/Trade Name Franchise

  • ขายสินค้าของแบรนด์
  • เช่น ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ สถานีน้ำมัน

2. Business Format Franchise

  • รับโอนทั้งระบบธุรกิจ
  • เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อ

3. Master Franchise

  • รับสิทธิ์เป็น Master ของภูมิภาค
  • สามารถขายซับแฟรนไชส์ต่อได้

สิ่งที่ผู้ให้แฟรนไชส์มอบให้

1. สิทธิ์การใช้แบรนด์

  • ชื่อทางการค้า
  • เครื่องหมายการค้า/โลโก้
  • สีและ Identity

2. ระบบและ Know-how

  • วิธีการดำเนินธุรกิจ
  • สูตร/สูตรอาหาร (ถ้ามี)
  • ระบบ POS/การจัดการ
  • คู่มือการดำเนินงาน

3. การฝึกอบรม

  • อบรมก่อนเปิดร้าน
  • อบรมพนักงาน
  • อบรมต่อเนื่อง

4. การสนับสนุน

  • การตลาดและโฆษณา
  • การจัดหาวัตถุดิบ/สินค้า
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ระบบ IT และเทคโนโลยี

5. การช่วยเหลือในการเปิดร้าน

  • เลือกทำเล
  • ออกแบบร้าน
  • จัดหาอุปกรณ์
  • เปิดร้าน Grand Opening

ค่าใช้จ่ายในแฟรนไชส์

1. ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น (Initial Franchise Fee)

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
  • ใช้ครั้งเดียวตอนเริ่มต้น
  • โดยเฉลี่ย 100,000 - 5,000,000 บาท (แล้วแต่แบรนด์)

2. ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee)

  • จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี
  • คิดเป็น % ของยอดขาย (3-8%)
  • หรือจำนวนเงินคงที่

3. ค่าการตลาด (Marketing/Advertising Fee)

  • จ่ายเพื่อโฆษณาส่วนกลาง
  • มักเป็น 1-3% ของยอดขาย

4. ค่าลงทุนรวม

  • ค่าตกแต่งร้าน
  • ค่าอุปกรณ์
  • ค่าสต็อกสินค้าเริ่มต้น
  • เงินทุนหมุนเวียน

ตัวอย่าง: แฟรนไชส์คาเฟ่ขนาดเล็ก

  • ค่าแฟรนไชส์: 500,000 บาท
  • ค่าตกแต่งและอุปกรณ์: 1,500,000 บาท
  • เงินทุนหมุนเวียน: 300,000 บาท
  • รวม: 2,300,000 บาท
  • ค่า Royalty: 5% ของยอดขาย/เดือน
  • ค่าการตลาด: 2% ของยอดขาย/เดือน

องค์ประกอบสำคัญของสัญญา

1. สิทธิ์ที่ได้รับ

  • ขอบเขตสิทธิ์การใช้แบรนด์
  • พื้นที่เฉพาะ (Territory)
  • สิทธิ์พิเศษหรือไม่ (Exclusive/Non-exclusive)

2. ระยะเวลาสัญญา

  • ระยะเวลาเริ่มต้น (มักเป็น 3-5 ปี)
  • เงื่อนไขการต่ออายุ
  • ค่าธรรมเนียมการต่อ

3. มาตรฐานการดำเนินงาน

  • คุณภาพสินค้า/บริการ
  • การตกแต่งร้าน
  • ชั่วโมงเปิด-ปิด
  • การแต่งกายพนักงาน

4. การจัดซื้อวัตถุดิบ

  • ต้องซื้อจากผู้ให้แฟรนไชส์หรือไม่
  • มีอิสระในการจัดซื้อหรือไม่
  • มาตรฐานวัตถุดิบ

5. การโฆษณาและการตลาด

  • ส่วนกลางทำอะไรบ้าง
  • ผู้รับแฟรนไชส์ต้องทำอะไร
  • งบประมาณและการอนุมัติ

สิทธิและหน้าที่

หน้าที่ผู้ให้แฟรนไชส์

  1. มอบสิทธิ์และความรู้: ระบบธุรกิจ คู่มือ อบรม
  2. สนับสนุนการเปิดร้าน: เลือกทำเล ออกแบบ จัดหาอุปกรณ์
  3. ให้การสนับสนุนต่อเนื่อง: ระบบ การตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์
  4. ควบคุมคุณภาพ: ตรวจสอบมาตรฐาน
  5. ปกป้องแบรนด์: ดูแลภาพลักษณ์และชื่อเสียง

หน้าที่ผู้รับแฟรนไชส์

  1. ชำระค่าธรรมเนียม: ตรงเวลาครบถ้วน
  2. ปฏิบัติตามมาตรฐาน: คุณภาพ การบริการ การตกแต่ง
  3. รายงานยอดขาย: ตามที่กำหนด (ซื่อสัตย์)
  4. ดูแลแบรนด์: ไม่ทำให้เสียชื่อเสียง
  5. รักษาความลับ: ไม่เปิดเผย Know-how
  6. เข้าอบรมและพัฒนา: ตามที่กำหนด

ข้อควรระวังสำหรับผู้รับแฟรนไชส์

ก่อนซื้อแฟรนไชส์

  1. ศึกษาแบรนด์: ชื่อเสียง ความแข็งแกร่ง ภาพลักษณ์
  2. ดูร้านที่เปิดอยู่: คุยกับเจ้าของแฟรนไชส์อื่น
  3. ตรวจสอบผลตอบแทน: ขอดูตัวเลขจริง (ถ้าเป็นไปได้)
  4. คำนวณ Break Even: จะคืนทุนเมื่อไหร่
  5. เช็คค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น: มีอะไรนอกเหนือจากที่บอกหรือไม่
  6. อ่านสัญญาให้ละเอียด: ขอทนายความอ่านให้

คำถามที่ควรถาม

  • แฟรนไชส์นี้มีกี่สาขา? เปิดมานานแค่ไหน?
  • สาขาที่ปิดตัวไปมีกี่แห่ง? ปิดเพราะอะไร?
  • ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนเท่าไหร่?
  • อัตรากำไรสุทธิประมาณเท่าไหร่?
  • จะได้การสนับสนุนอะไรบ้าง?
  • สามารถขายต่อหรือโอนได้หรือไม่?

สัญญาณเตือน (Red Flags)

  • ไม่ยอมให้คุยกับแฟรนไชซีอื่น
  • กดดันให้ลงนามเร็วเกินไป
  • ไม่มีคู่มือหรือระบบชัดเจน
  • สัญญาไม่ยุติธรรม (ฝั่งเดียวได้เปรียบ)
  • ไม่แจ้งข้อมูลหรือปกปิดข้อมูล

การยกเลิกสัญญา

กรณีผู้รับแฟรนไชส์ผิดสัญญา

ผู้ให้แฟรนไชส์สามารถเลิกสัญญาได้ กรณี:

  • ไม่จ่ายค่าธรรมเนียม
  • ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน
  • ทำให้แบรนด์เสียหาย
  • เปิดเผยความลับ
  • ละเมิดเครื่องหมายการค้า

กรณีผู้ให้แฟรนไชส์ผิดสัญญา

ผู้รับแฟรนไชส์สามารถเลิกสัญญาได้ กรณี:

  • ไม่ให้การสนับสนุนตามสัญญา
  • มอบระบบที่ไม่สมบูรณ์
  • ละเมิดพื้นที่พิเศษ (เปิดสาขาใกล้เกินไป)

การยกเลิกก่อนครบกำหนด

  • มักไม่คืนค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น
  • อาจต้องจ่ายค่าปรับ
  • ต้องหยุดใช้แบรนด์ทันที
  • คืนคู่มือและเอกสารลับ

เคล็ดลับความสำเร็จ

สำหรับผู้รับแฟรนไชส์

  1. เลือกแบรนด์ที่แข็งแกร่ง: มีชื่อเสียง มีระบบ
  2. เลือกทำเลดี: ศึกษาตลาดและคู่แข่ง
  3. บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ: ไม่ใช่แค่ซื้อแล้วปล่อยไว้
  4. ปฏิบัติตามระบบ: อย่าดัดแปลงตามใจชอบ
  5. สื่อสารกับผู้ให้แฟรนไชส์: แจ้งปัญหา ขอความช่วยเหลือ
  6. พัฒนาอย่างต่อเนื่อง: อบรม เรียนรู้ ปรับปรุง

สำหรับผู้ให้แฟรนไชส์

  1. สร้างระบบที่แข็งแรง: ชัดเจน ใช้งานได้จริง
  2. คัดเลือกแฟรนไชซีที่ดี: มีคุณสมบัติและใจรักธุรกิจ
  3. ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง: อย่าทิ้งหลังขาย
  4. พัฒนาผลิตภัณฑ์: สร้างความแปลกใหม่
  5. ควบคุมคุณภาพ: ตรวจสอบสม่ำเสมอ
  6. สื่อสารกับเครือข่าย: รับฟัง ปรับปรุง

สรุป

แฟรนไชส์เป็นรูปแบบธุรกิจที่:

  • ลดความเสี่ยงการเริ่มต้นธุรกิจใหม่
  • ได้ระบบและแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว
  • ต้องลงทุนสูงและมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
  • จำกัดความยืดหยุ่นในการบริหาร
  • ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

ก่อนตัดสินใจ ควรศึกษาให้ละเอียด คำนวณผลตอบแทน และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ


คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีปัญหาควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาต