ตัวอย่างเอกสาร
6,961 ตัวอักษรพร้อมใช้งานทันที
สัญญาแฟรนไชส์: คู่มือสำหรับผู้ให้และผู้รับแฟรนไชส์
สัญญาแฟรนไชส์คืออะไร?
สัญญาแฟรนไชส์ (Franchise Agreement) เป็นสัญญาทางธุรกิจที่ผู้ให้แฟรนไชส์ (Franchisor) มอบสิทธิ์ให้ผู้รับแฟรนไชส์ (Franchisee) ในการใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า ระบบธุรกิจ และความรู้ในการดำเนินธุรกิจ โดยผู้รับแฟรนไชส์ต้องชำระค่าธรรมเนียมและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด
ในประเทศไทย แฟรนไชส์อยู่ภายใต้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั่วไป ไม่มีกฎหมายเฉพาะ จึงต้องระมัดระวังในการทำสัญญาให้ชัดเจนครบถ้วน
ประเภทแฟรนไชส์
1. Product/Trade Name Franchise
- ขายสินค้าของแบรนด์
- เช่น ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ สถานีน้ำมัน
2. Business Format Franchise
- รับโอนทั้งระบบธุรกิจ
- เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อ
3. Master Franchise
- รับสิทธิ์เป็น Master ของภูมิภาค
- สามารถขายซับแฟรนไชส์ต่อได้
สิ่งที่ผู้ให้แฟรนไชส์มอบให้
1. สิทธิ์การใช้แบรนด์
- ชื่อทางการค้า
- เครื่องหมายการค้า/โลโก้
- สีและ Identity
2. ระบบและ Know-how
- วิธีการดำเนินธุรกิจ
- สูตร/สูตรอาหาร (ถ้ามี)
- ระบบ POS/การจัดการ
- คู่มือการดำเนินงาน
3. การฝึกอบรม
- อบรมก่อนเปิดร้าน
- อบรมพนักงาน
- อบรมต่อเนื่อง
4. การสนับสนุน
- การตลาดและโฆษณา
- การจัดหาวัตถุดิบ/สินค้า
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
- ระบบ IT และเทคโนโลยี
5. การช่วยเหลือในการเปิดร้าน
- เลือกทำเล
- ออกแบบร้าน
- จัดหาอุปกรณ์
- เปิดร้าน Grand Opening
ค่าใช้จ่ายในแฟรนไชส์
1. ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น (Initial Franchise Fee)
- ค่าธรรมเนียมแรกเข้า
- ใช้ครั้งเดียวตอนเริ่มต้น
- โดยเฉลี่ย 100,000 - 5,000,000 บาท (แล้วแต่แบรนด์)
2. ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee)
- จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี
- คิดเป็น % ของยอดขาย (3-8%)
- หรือจำนวนเงินคงที่
3. ค่าการตลาด (Marketing/Advertising Fee)
- จ่ายเพื่อโฆษณาส่วนกลาง
- มักเป็น 1-3% ของยอดขาย
4. ค่าลงทุนรวม
- ค่าตกแต่งร้าน
- ค่าอุปกรณ์
- ค่าสต็อกสินค้าเริ่มต้น
- เงินทุนหมุนเวียน
ตัวอย่าง: แฟรนไชส์คาเฟ่ขนาดเล็ก
- ค่าแฟรนไชส์: 500,000 บาท
- ค่าตกแต่งและอุปกรณ์: 1,500,000 บาท
- เงินทุนหมุนเวียน: 300,000 บาท
- รวม: 2,300,000 บาท
- ค่า Royalty: 5% ของยอดขาย/เดือน
- ค่าการตลาด: 2% ของยอดขาย/เดือน
องค์ประกอบสำคัญของสัญญา
1. สิทธิ์ที่ได้รับ
- ขอบเขตสิทธิ์การใช้แบรนด์
- พื้นที่เฉพาะ (Territory)
- สิทธิ์พิเศษหรือไม่ (Exclusive/Non-exclusive)
2. ระยะเวลาสัญญา
- ระยะเวลาเริ่มต้น (มักเป็น 3-5 ปี)
- เงื่อนไขการต่ออายุ
- ค่าธรรมเนียมการต่อ
3. มาตรฐานการดำเนินงาน
- คุณภาพสินค้า/บริการ
- การตกแต่งร้าน
- ชั่วโมงเปิด-ปิด
- การแต่งกายพนักงาน
4. การจัดซื้อวัตถุดิบ
- ต้องซื้อจากผู้ให้แฟรนไชส์หรือไม่
- มีอิสระในการจัดซื้อหรือไม่
- มาตรฐานวัตถุดิบ
5. การโฆษณาและการตลาด
- ส่วนกลางทำอะไรบ้าง
- ผู้รับแฟรนไชส์ต้องทำอะไร
- งบประมาณและการอนุมัติ
สิทธิและหน้าที่
หน้าที่ผู้ให้แฟรนไชส์
- มอบสิทธิ์และความรู้: ระบบธุรกิจ คู่มือ อบรม
- สนับสนุนการเปิดร้าน: เลือกทำเล ออกแบบ จัดหาอุปกรณ์
- ให้การสนับสนุนต่อเนื่อง: ระบบ การตลาด พัฒนาผลิตภัณฑ์
- ควบคุมคุณภาพ: ตรวจสอบมาตรฐาน
- ปกป้องแบรนด์: ดูแลภาพลักษณ์และชื่อเสียง
หน้าที่ผู้รับแฟรนไชส์
- ชำระค่าธรรมเนียม: ตรงเวลาครบถ้วน
- ปฏิบัติตามมาตรฐาน: คุณภาพ การบริการ การตกแต่ง
- รายงานยอดขาย: ตามที่กำหนด (ซื่อสัตย์)
- ดูแลแบรนด์: ไม่ทำให้เสียชื่อเสียง
- รักษาความลับ: ไม่เปิดเผย Know-how
- เข้าอบรมและพัฒนา: ตามที่กำหนด
ข้อควรระวังสำหรับผู้รับแฟรนไชส์
ก่อนซื้อแฟรนไชส์
- ศึกษาแบรนด์: ชื่อเสียง ความแข็งแกร่ง ภาพลักษณ์
- ดูร้านที่เปิดอยู่: คุยกับเจ้าของแฟรนไชส์อื่น
- ตรวจสอบผลตอบแทน: ขอดูตัวเลขจริง (ถ้าเป็นไปได้)
- คำนวณ Break Even: จะคืนทุนเมื่อไหร่
- เช็คค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น: มีอะไรนอกเหนือจากที่บอกหรือไม่
- อ่านสัญญาให้ละเอียด: ขอทนายความอ่านให้
คำถามที่ควรถาม
- แฟรนไชส์นี้มีกี่สาขา? เปิดมานานแค่ไหน?
- สาขาที่ปิดตัวไปมีกี่แห่ง? ปิดเพราะอะไร?
- ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนเท่าไหร่?
- อัตรากำไรสุทธิประมาณเท่าไหร่?
- จะได้การสนับสนุนอะไรบ้าง?
- สามารถขายต่อหรือโอนได้หรือไม่?
สัญญาณเตือน (Red Flags)
- ไม่ยอมให้คุยกับแฟรนไชซีอื่น
- กดดันให้ลงนามเร็วเกินไป
- ไม่มีคู่มือหรือระบบชัดเจน
- สัญญาไม่ยุติธรรม (ฝั่งเดียวได้เปรียบ)
- ไม่แจ้งข้อมูลหรือปกปิดข้อมูล
การยกเลิกสัญญา
กรณีผู้รับแฟรนไชส์ผิดสัญญา
ผู้ให้แฟรนไชส์สามารถเลิกสัญญาได้ กรณี:
- ไม่จ่ายค่าธรรมเนียม
- ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน
- ทำให้แบรนด์เสียหาย
- เปิดเผยความลับ
- ละเมิดเครื่องหมายการค้า
กรณีผู้ให้แฟรนไชส์ผิดสัญญา
ผู้รับแฟรนไชส์สามารถเลิกสัญญาได้ กรณี:
- ไม่ให้การสนับสนุนตามสัญญา
- มอบระบบที่ไม่สมบูรณ์
- ละเมิดพื้นที่พิเศษ (เปิดสาขาใกล้เกินไป)
การยกเลิกก่อนครบกำหนด
- มักไม่คืนค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น
- อาจต้องจ่ายค่าปรับ
- ต้องหยุดใช้แบรนด์ทันที
- คืนคู่มือและเอกสารลับ
เคล็ดลับความสำเร็จ
สำหรับผู้รับแฟรนไชส์
- เลือกแบรนด์ที่แข็งแกร่ง: มีชื่อเสียง มีระบบ
- เลือกทำเลดี: ศึกษาตลาดและคู่แข่ง
- บริหารจัดการอย่างมืออาชีพ: ไม่ใช่แค่ซื้อแล้วปล่อยไว้
- ปฏิบัติตามระบบ: อย่าดัดแปลงตามใจชอบ
- สื่อสารกับผู้ให้แฟรนไชส์: แจ้งปัญหา ขอความช่วยเหลือ
- พัฒนาอย่างต่อเนื่อง: อบรม เรียนรู้ ปรับปรุง
สำหรับผู้ให้แฟรนไชส์
- สร้างระบบที่แข็งแรง: ชัดเจน ใช้งานได้จริง
- คัดเลือกแฟรนไชซีที่ดี: มีคุณสมบัติและใจรักธุรกิจ
- ให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง: อย่าทิ้งหลังขาย
- พัฒนาผลิตภัณฑ์: สร้างความแปลกใหม่
- ควบคุมคุณภาพ: ตรวจสอบสม่ำเสมอ
- สื่อสารกับเครือข่าย: รับฟัง ปรับปรุง
สรุป
แฟรนไชส์เป็นรูปแบบธุรกิจที่:
- ลดความเสี่ยงการเริ่มต้นธุรกิจใหม่
- ได้ระบบและแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว
- ต้องลงทุนสูงและมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
- จำกัดความยืดหยุ่นในการบริหาร
- ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด
ก่อนตัดสินใจ ควรศึกษาให้ละเอียด คำนวณผลตอบแทน และขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีปัญหาควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาต