สัญญาทั้งหมด/สัญญากู้ยืมเงิน

ตัวอย่างเอกสาร

2,502 ตัวอักษร

สัญญากู้ยืมเงิน / Loan Agreement

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ [วัน] เดือน [เดือน] พ.ศ. [ปี]

 

คู่สัญญา

 

ผู้ให้กู้: [คำนำหน้า] [ชื่อ] [นามสกุล] เลขประจำตัวประชาชน [เลขบัตรประชาชน 13 หลัก]

ที่อยู่ เลขที่ [ที่อยู่] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด]

เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทร] (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ให้กู้")

 

ผู้กู้: [คำนำหน้า] [ชื่อ] [นามสกุล] เลขประจำตัวประชาชน [เลขบัตรประชาชน 13 หลัก]

ที่อยู่ เลขที่ [ที่อยู่] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด]

เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทร] (ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้กู้")

 

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญากู้ยืมเงินโดยมีข้อความดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 จำนวนเงินกู้

 

ผู้ให้กู้ตกลงให้กู้และผู้กู้ตกลงกู้ยืมเงินจำนวน [จำนวนเงิน] บาท ([ตัวอักษร])

 

โดยผู้ให้กู้จะส่งมอบเงินให้แก่ผู้กู้ภายในวันที่ [วันส่งมอบเงิน] โดยวิธี [เงินสด/โอนเงิน]

 

ข้อ 2 ดอกเบี้ย

 

ผู้กู้ตกลงจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ [อัตราดอกเบี้ย เช่น 5] ต่อปี (ไม่เกิน 15% ต่อปีตามกฎหมาย)

 

วิธีคำนวณดอกเบี้ย: [ดอกเบี้ยธรรมดา/ดอกเบี้ยทบต้น]

 

ข้อ 3 การชำระคืน

 

3.1 ผู้กู้ตกลงชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยดังนี้:

 

☐ ชำระครั้งเดียว: ภายในวันที่ [วันครบกำหนด]

☐ ชำระเป็นงวด: จำนวน [จำนวนงวด] งวด งวดละ [จำนวนเงินต่องวด] บาท

ชำระทุกวันที่ [วันที่] ของทุกเดือน เริ่มตั้งแต่เดือน [เดือนแรก]

 

3.2 วิธีชำระเงิน: โอนเข้าบัญชี [ชื่อธนาคาร] เลขที่บัญชี [เลขบัญชี] ชื่อบัญชี [ชื่อบัญชี] (หรือ [เงินสด/เช็ค])

 

3.3 ผู้กู้มีสิทธิ์ชำระหนี้ก่อนกำหนดได้โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ

 

ฟรี

พร้อมใช้งานทันที

สัญญากู้ยืมเงิน: คู่มือสำหรับผู้กู้และผู้ให้กู้

สัญญากู้ยืมเงินคืออะไร?

สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653-671 ที่ผู้ให้กู้ตกลงยืมเงินให้แก่ผู้กู้ โดยผู้กู้ต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) ตามกำหนด

สัญญากู้เงินที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันข้อพิพาทและคุ้มครองสิทธิ์ทั้งสองฝ่าย

องค์ประกอบสำคัญของสัญญา

1. คู่สัญญา

  • ผู้ให้กู้: ผู้ยืมเงินให้ ต้องบรรลุนิติภาวะ
  • ผู้กู้: ผู้ขอกู้เงิน ต้องมีความสามารถตามกฎหมาย
  • ผู้ค้ำประกัน: บุคคลที่รับภาระแทนผู้กู้หากผิดนัด (ถ้ามี)

2. จำนวนเงินกู้

  • ระบุเป็นตัวเลขและตัวอักษร
  • ระบุวันที่ส่งมอบเงิน
  • วิธีการส่งมอบ (เงินสด/โอนเงิน)

3. ดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย:

  • อัตราสูงสุด: 15% ต่อปี (ตามมาตรา 654)
  • หากเกิน 15% ถือเป็นโมฆะ ลดเหลือ 15%
  • หากไม่ระบุอัตรา ถือว่าไม่มีดอกเบี้ย

ประเภทดอกเบี้ย:

  • ดอกเบี้ยธรรมดา: คิดจากเงินต้น
  • ดอกเบี้ยทบต้น: ห้ามทำโดยปริยาย ต้องตกลงกันชัดเจน

4. กำหนดชำระคืน

  • ชำระครั้งเดียว: กำหนดวันชำระชัดเจน
  • ชำระเป็นงวด: ระบุจำนวนงวด วันชำระแต่ละงวด
  • ไม่มีกำหนด: ผู้ให้กู้เรียกคืนได้ตลอดเวลา (ควรบอกกล่าวสมควร)

5. หลักประกัน (ถ้ามี)

  • จำนอง: อสังหาริมทรัพย์ (ต้องจดทะเบียน)
  • จำนำ: ทรัพย์สินมีค่า (ทอง เพชร ของมีค่า)
  • ค้ำประกัน: บุคคลค้ำประกัน
  • อื่นๆ: สลักหลัง โอนสิทธิ์เรียกร้อง

สิทธิและหน้าที่

หน้าที่ผู้ให้กู้

  1. ส่งมอบเงินตามจำนวนที่ตกลง
  2. คำนวณดอกเบี้ยถูกต้องตามสัญญา
  3. ออกใบเสร็จเมื่อรับชำระเงิน
  4. คืนหลักประกันเมื่อชำระหนี้ครบถ้วน

หน้าที่ผู้กู้

  1. ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยตรงเวลา
  2. ดูแลรักษาหลักประกัน (ถ้ามี)
  3. แจ้งล่วงหน้าหากไม่สามารถชำระได้
  4. รับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสัญญา

สิทธิ์ผู้กู้

  1. ชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ (มาตรา 660)
  2. ขอใบเสร็จและหลักฐานการชำระเงิน
  3. รับหลักประกันคืนเมื่อชำระครบ
  4. ไม่ถูกเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด

สิทธิ์ผู้ให้กู้

  1. เรียกดอกเบี้ยตามที่ตกลงกัน (ไม่เกิน 15%)
  2. ยึดหลักประกันหากผู้กู้ผิดนัด
  3. ฟ้องร้องผู้ค้ำประกันหากผู้กู้ไม่ชำระ
  4. เรียกค่าเสียหายกรณีผิดสัญญา

การค้ำประกัน

ประเภทการค้ำประกัน

  1. ค้ำประกันร่วม: รับผิดร่วมกับผู้กู้
  2. ค้ำประกันแท้: ผู้ให้กู้ต้องเรียกร้องจากผู้กู้ก่อน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ค้ำประกัน

  • อ่านสัญญาให้เข้าใจก่อนลงนาม
  • ถามจำนวนหนี้ที่แท้จริง
  • ตรวจสอบความสามารถชำระของผู้กู้
  • พิจารณาผลกระทบต่อการเงินของตัวเอง
  • ขอสำเนาสัญญาเก็บไว้

การผิดนัดชำระหนี้

ผลของการผิดนัด

  1. เสียดอกเบี้ยผิดนัด: ตามที่ตกลงหรือ 7.5% ต่อปี
  2. ยึดหลักประกัน: ผู้ให้กู้มีสิทธิ์บังคับจำนอง/จำนำ
  3. เรียกร้องจากผู้ค้ำประกัน: หากมีการค้ำประกัน
  4. ฟ้องร้องดำเนินคดี: เรียกชำระหนี้และค่าเสียหาย

การบังคับจำนอง/จำนำ

  • ผู้ให้กู้ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนบังคับ
  • ขายทอดตลาดผ่านศาล
  • หักค่าใช้จ่ายแล้วคืนส่วนเกิน (ถ้ามี)
  • หากไม่พอชำระหนี้ เรียกส่วนต่างได้

ข้อควรระวังสำหรับผู้กู้

ก่อนกู้

  1. ประเมินความจำเป็น: กู้เมื่อจำเป็นจริงๆ
  2. คำนวณความสามารถชำระ: ต้องแน่ใจว่าชำระได้
  3. เปรียบเทียบแหล่งเงินกู้: เลือกที่มีดอกเบี้ยต่ำสุด
  4. ทำความเข้าใจเงื่อนไข: อ่านสัญญาทุกข้อ

ระหว่างกู้

  1. ชำระตรงเวลา
  2. เก็บหลักฐานการชำระทุกครั้ง
  3. แจ้งหากมีปัญหาการชำระ
  4. อย่าหนีหรือตัดการติดต่อ

กรณีชำระไม่ได้

  1. ติดต่อผู้ให้กู้ทันที
  2. ขอปรับโครงสร้างหนี้
  3. ขอผ่อนผันหรือเลื่อนชำระ
  4. ปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงิน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ให้กู้

ก่อนให้กู้

  1. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ: ประวัติ รายได้ หนี้สิน
  2. ประเมินความเสี่ยง: ความสามารถชำระคืน
  3. กำหนดหลักประกัน: เพียงพอต่อจำนวนเงินกู้
  4. ทำสัญญาเป็นหนังสือ: มีพยานลงนาม

การให้กู้

  1. ส่งมอบเงินด้วยวิธีที่มีหลักฐาน (โอนเงิน)
  2. เก็บหลักฐานการส่งมอบเงิน
  3. เก็บสัญญาต้นฉบับ
  4. ติดตามการชำระเป็นระยะ

การเรียกคืน

  1. แจ้งเตือนก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
  2. พยายามเจรจาก่อน
  3. ดำเนินคดีเมื่อจำเป็น
  4. บังคับหลักประกันตามกฎหมาย

การแก้ไขข้อพิพาท

  1. เจรจาตกลงกัน: พูดคุยหาทางออกร่วมกัน
  2. ปรับโครงสร้างหนี้: ลดงวด ลดดอกเบี้ย ขยายเวลา
  3. ไกล่เกลี่ย: ผ่านศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
  4. ฟ้องร้อง: เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้

อายุความ:

  • ฟ้องเรียกเงินกู้: 10 ปี (มาตรา 193/2)
  • ฟ้องเรียกดอกเบี้ย: 5 ปี (มาตรา 193/9)

เคล็ดลับการทำสัญญาที่ดี

  1. ทำเป็นหนังสือเสมอ: ป้องกันข้อพิพาท
  2. ระบุรายละเอียดครบถ้วน: จำนวน อัตราดอกเบี้ย กำหนดชำระ
  3. มีพยาน: อย่างน้อย 2 คน
  4. เก็บหลักฐาน: สัญญา ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงิน
  5. จดทะเบียนหลักประกัน: กรณีมีอสังหาริมทรัพย์

สรุป

สัญญากู้ยืมเงินที่ดีต้อง:

  • ชัดเจน เป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ระบุเงื่อนไขครบถ้วน
  • มีหลักประกันเพียงพอ
  • คุ้มครองสิทธิ์ทั้งสองฝ่าย

ทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ควรทำความเข้าใจและปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัด


คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงิน กรณีมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ