สัญญาทั้งหมด/สัญญาจ้างที่ปรึกษา

ตัวอย่างเอกสาร

7,802 ตัวอักษร

สัญญาจ้างที่ปรึกษา

CONSULTING AGREEMENT

 

สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ [วัน] เดือน [เดือน] พ.ศ. [ปี]

 

คู่สัญญา

 

ฝ่ายที่ 1: [ชื่อบริษัท/องค์กร] เลขทะเบียน [เลขทะเบียน] (ถ้ามี) สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ [เลขที่] ถนน [ถนน] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด] รหัสไปรษณีย์ [รหัสไปรษณีย์] โดย [ชื่อผู้มีอำนาจลงนาม] ผู้มีอำนาจลงนาม เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทรศัพท์] อีเมล [อีเมล] ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ผู้ว่าจ้าง"

 

ฝ่ายที่ 2: [คำนำหน้า] [ชื่อ] [นามสกุล] เลขประจำตัวประชาชน [เลขบัตรประชาชน 13 หลัก] / [ชื่อบริษัท] เลขทะเบียน [เลขทะเบียน] ที่อยู่ เลขที่ [เลขที่] ถนน [ถนน] ตำบล/แขวง [ตำบล/แขวง] อำเภอ/เขต [อำเภอ/เขต] จังหวัด [จังหวัด] รหัสไปรษณีย์ [รหัสไปรษณีย์] เบอร์โทรศัพท์ [เบอร์โทรศัพท์] อีเมล [อีเมล] ต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า "ที่ปรึกษา"

 

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงทำสัญญาจ้างที่ปรึกษากันโดยมีข้อความดังต่อไปนี้

 

ข้อ 1 วัตถุประสงค์และขอบเขตงาน

 

1.1 วัตถุประสงค์: ผู้ว่าจ้างตกลงจ้าง และที่ปรึกษาตกลงให้บริการที่ปรึกษาใน [สาขา/ด้าน เช่น การตลาด การเงิน IT] เพื่อ [วัตถุประสงค์/เป้าหมาย]

 

1.2 ขอบเขตการให้บริการ:

 

1.2.1 [งานที่ 1 - ระบุรายละเอียด]

 

1.2.2 [งานที่ 2 - ระบุรายละเอียด]

 

1.2.3 [งานที่ 3 - ระบุรายละเอียด]

 

1.2.4 [งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง]

 

1.3 งานที่ไม่รวมในขอบเขต (Out of Scope):

- [ระบุงานที่ไม่รวม]

- หากมีการเพิ่มงานนอกขอบเขตต้องทำเอกสารแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา (Amendment) และตกลงค่าตอบแทนเพิ่ม

 

ข้อ 2 ผลส่งมอบ (Deliverables)

 

2.1 ที่ปรึกษาจะส่งมอบผลงานดังต่อไปนี้:

 

[☐ รายงานการวิเคราะห์]

[☐ แผนกลยุทธ์/แผนงาน]

[☐ คำแนะนำเป็นหนังสือ]

[☐ นำเสนอ Presentation]

[☐ เอกสารประกอบ Templates]

ฟรี

พร้อมใช้งานทันที

สัญญาจ้างที่ปรึกษา: คู่มือสำหรับผู้ว่าจ้างและที่ปรึกษา

สัญญาจ้างที่ปรึกษาคืออะไร?

สัญญาจ้างที่ปรึกษา (Consulting Agreement) เป็นสัญญาจ้างทำงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587-603 โดยผู้ว่าจ้างตกลงจ้างที่ปรึกษาให้บริการคำปรึกษา คำแนะนำ หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และจ่ายค่าตอบแทนตามที่ตกลงกัน

ที่ปรึกษา (Consultant) คือผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางโดยไม่เป็นลูกจ้างประจำ มักทำงานเป็นอิสระและอาจมีลูกค้าหลายราย

ความแตกต่างระหว่างที่ปรึกษากับพนักงานประจำ

หัวข้อ ที่ปรึกษา (Consultant) พนักงานประจำ (Employee)
ความสัมพันธ์ อิสระ ไม่ใช่ลูกจ้าง เป็นลูกจ้าง
เวลาทำงาน ยืดหยุ่น ตายตัว 8 ชม./วัน
ค่าตอบแทน ตามโปรเจกต์/ชั่วโมง เงินเดือนประจำ
สวัสดิการ ไม่มี มี (ประกันสังคม ลาพักร้อน)
ภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล หักภาษี ณ ที่จ่าย + ประกันสังคม
จำนวนลูกค้า หลายราย หนึ่งนายจ้าง
ความรับผิดชอบ ตามขอบเขตงาน ตามตำแหน่งงาน

องค์ประกอบสำคัญของสัญญา

1. คู่สัญญา

  • ผู้ว่าจ้าง: บุคคล บริษัท หรือหน่วยงานที่ต้องการจ้างที่ปรึกษา
  • ที่ปรึกษา: ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการคำปรึกษา (บุคคลหรือนิติบุคคล)

2. ขอบเขตงาน (Scope of Work)

เป็นส่วนสำคัญที่สุดของสัญญา ต้องระบุให้ชัดเจน:

  • วัตถุประสงค์: เป้าหมายของการจ้างที่ปรึกษา
  • งานที่ต้องทำ: รายละเอียดการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ วางแผน
  • ผลส่งมอบ (Deliverables): เอกสาร รายงาน แผนงาน ที่ต้องส่งมอบ
  • กรอบเวลา: ระยะเวลาการให้บริการและการส่งมอบงาน
  • ข้อจำกัด: สิ่งที่อยู่นอกเหนือขอบเขตงาน

3. ค่าตอบแทนและการจ่ายเงิน

วิธีคำนวณค่าตอบแทนมีหลายรูปแบบ:

  • แบบเหมาจ่าย (Fixed Fee): ตกลงค่าตอบแทนรวมทั้งโปรเจกต์
  • รายชั่วโมง (Hourly Rate): คิดตามจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน
  • รายวัน (Daily Rate): คิดตามจำนวนวันที่ให้บริการ
  • ตาม Milestone: จ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้า
  • แบบผสม (Retainer + Success Fee): ค่าจ้างประจำ + โบนัสตามผลลัพธ์

การจ่ายเงินมักแบ่งเป็น:

  • เงินจองล่วงหน้า (มักเป็น 30-50%)
  • จ่ายระหว่างดำเนินงาน (ตาม Milestone)
  • จ่ายเมื่อส่งมอบงานสำเร็จ (ส่วนที่เหลือ)

4. ระยะเวลาการให้บริการ

  • วันเริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา
  • ระยะเวลาแต่ละ Milestone
  • กำหนดส่งมอบผลงาน
  • เงื่อนไขการต่ออายุสัญญา

5. ความเป็นความลับ (Confidentiality)

เนื่องจากที่ปรึกษาจะเข้าถึงข้อมูลสำคัญของธุรกิจ จึงต้องมีข้อตกลง:

  • การรักษาความลับข้อมูล
  • ข้อมูลที่ถือเป็นความลับ
  • ระยะเวลารักษาความลับ (มักเป็น 3-5 ปีหลังสิ้นสุดสัญญา)
  • ผลของการละเมิด

6. กรรมสิทธิ์ทางปัญญา (Intellectual Property)

ต้องชัดเจนว่าผลงานที่สร้างขึ้นเป็นของใคร:

  • ของผู้ว่าจ้าง: งานที่สร้างเป็นกรรมสิทธิ์ผู้ว่าจ้าง (มักใช้)
  • ของที่ปรึกษา: ที่ปรึกษาเป็นเจ้าของและให้สิทธิ์ใช้
  • แบบผสม: แยกกรรมสิทธิ์ตามประเภทงาน

สิทธิและหน้าที่

หน้าที่ผู้ว่าจ้าง

  1. ให้ข้อมูลที่จำเป็น: ส่งข้อมูลและเอกสารที่ต้องใช้ในการทำงาน
  2. ให้ความร่วมมือ: อำนวยความสะดวกในการทำงาน
  3. จ่ายค่าตอบแทนตรงเวลา: ตามที่ตกลงกัน
  4. ตัดสินใจ: ตอบคำถามและให้ approval ตามกำหนดเวลา
  5. เคารพความเป็นอิสระ: ไม่บังคับให้ทำงานเหมือนพนักงาน

หน้าที่ที่ปรึกษา

  1. ให้บริการอย่างมืออาชีพ: ด้วยความรู้ ทักษะ และประสบการณ์
  2. ส่งมอบงานตรงเวลา: ตามกำหนดในสัญญา
  3. รักษาความลับ: ไม่นำข้อมูลไปเปิดเผยหรือใช้ประโยชน์
  4. แจ้งปัญหา: หากพบอุปสรรคต้องแจ้งล่วงหน้า
  5. ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน: ไม่ให้บริการคู่แข่งทางธุรกิจ (ถ้าตกลง)

สิทธิ์ที่ปรึกษา

  1. ได้รับค่าตอบแทนเต็มจำนวน: ตามที่ตกลงกัน
  2. ความเป็นอิสระ: เลือกวิธีการทำงานได้เอง
  3. ปฏิเสธงานนอกขอบเขต: ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ในสัญญา
  4. ลงชื่อในผลงาน: (ถ้าตกลงกัน)

สิทธิ์ผู้ว่าจ้าง

  1. ได้รับงานที่มีคุณภาพ: ตามมาตรฐานวิชาชีพ
  2. ติดตามความคืบหน้า: รับรายงานสถานะงาน
  3. ยกเลิกสัญญา: หากที่ปรึกษาผิดสัญญา
  4. เป็นเจ้าของผลงาน: (ถ้าตกลงกัน)

ประเภทงานที่ปรึกษาที่พบบ่อย

1. ที่ปรึกษาธุรกิจ (Business Consultant)

  • วางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ
  • วิเคราะห์การตลาด
  • ปรับปรุงกระบวนการทำงาน
  • การจัดการองค์กร

2. ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Consultant)

  • วางแผนการเงิน
  • จัดหาแหล่งเงินทุน
  • วิเคราะห์การลงทุน
  • บริหารความเสี่ยง

3. ที่ปรึกษาด้านไอที (IT Consultant)

  • วางแผนระบบสารสนเทศ
  • พัฒนาซอฟต์แวร์
  • ปรับปรุง Cybersecurity
  • Digital Transformation

4. ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย (Legal Consultant)

  • ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย
  • ร่างและตรวจสัญญา
  • จดทะเบียนธุรกิจ
  • ดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย

5. ที่ปรึกษาด้านการตลาด (Marketing Consultant)

  • วางแผนการตลาด
  • สร้างแบรนด์
  • Digital Marketing
  • วิเคราะห์ลูกค้า

6. ที่ปรึกษาด้าน HR (HR Consultant)

  • จัดโครงสร้างองค์กร
  • สรรหาบุคลากร
  • พัฒนาทรัพยากรบุคคล
  • ระบบค่าตอบแทน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ว่าจ้าง

ก่อนจ้าง

  1. ตรวจสอบประวัติที่ปรึกษา:

    • คุณวุฒิการศึกษา
    • ประสบการณ์ทำงาน
    • ผลงานที่ผ่านมา (Portfolio)
    • รีวิวจากลูกค้าเก่า
    • ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี)
  2. กำหนดขอบเขตงานชัดเจน: ยิ่งละเอียดยิ่งดี

  3. ตกลงค่าตอบแทนล่วงหน้า: ไม่ควรเจรจาหลังเริ่มงาน

  4. มีสัญญาเป็นหนังสือเสมอ: แม้เป็นงานเล็ก

ระหว่างทำงาน

  1. สื่อสารบ่อยๆ: ติดตามความคืบหน้า
  2. ให้ feedback: บอกสิ่งที่ดีและควรปรับปรุง
  3. จ่ายเงินตรงเวลา: สร้างความไว้วางใจ
  4. เก็บหลักฐาน: อีเมล เอกสาร การประชุม

เมื่อส่งมอบงาน

  1. ตรวจสอบผลงาน: ตามข้อกำหนดในสัญญา
  2. ขอแก้ไข: ถ้ามีข้อบกพร่อง (ภายในระยะเวลาที่กำหนด)
  3. รับมอบเอกสารครบถ้วน: รายงาน ไฟล์ซอร์ส
  4. รับรองผลงาน: ลงนามรับมอบงาน

ข้อควรระวังสำหรับที่ปรึกษา

ก่อนรับงาน

  1. ทำความเข้าใจขอบเขตงาน: อย่ารับงานที่คลุมเครือ
  2. ประเมินเวลาและทรัพยากร: ต้องทำได้จริง
  3. ตรวจสอบผู้ว่าจ้าง: ความน่าเชื่อถือและการเงิน
  4. เจรจาค่าตอบแทนที่เป็นธรรม: อย่าขายตัวถูก

การทำสัญญา

  1. อ่านสัญญาทุกข้อ: อย่าข้ามข้อใดข้อหนึ่ง
  2. เจรจาข้อที่ไม่เป็นธรรม: ก่อนลงนาม
  3. กำหนดขอบเขตงาน: ให้ชัดเจนว่าทำอะไร ไม่ทำอะไร
  4. ขอเงินมัดจำ: 30-50% เป็นอย่างน้อย

ระหว่างทำงาน

  1. สื่อสารเป็นระยะ: แจ้งความคืบหน้า
  2. บันทึกการทำงาน: เวลา งานที่ทำ การประชุม
  3. ส่งงานทันเวลา: หรือแจ้งล่วงหน้าหากมีปัญหา
  4. ขอเอกสารยืนยันการเปลี่ยนแปลง: หากมีการแก้ไขขอบเขตงาน

เมื่อส่งมอบงาน

  1. เตรียมเอกสารครบถ้วน: ตามที่ตกลงกัน
  2. ขอลงนามรับมอบงาน: เป็นหลักฐานการส่งมอบ
  3. วางใบแจ้งหนี้: พร้อมขอชำระเงิน
  4. ติดตามการชำระเงิน: ถ้าเลยกำหนดต้องเตือน

การคำนวณค่าตอบแทน

ค่าตอบแทนรายชั่วโมง

สูตร: อัตรา/ชั่วโมง = (เงินเดือนที่อยากได้ × 1.5-2) ÷ 160 ชั่วโมง/เดือน

ตัวอย่าง: อยากได้ 60,000 บาท/เดือน

  • 60,000 × 1.5 ÷ 160 = 562.50 บาท/ชั่วโมง
  • 60,000 × 2 ÷ 160 = 750 บาท/ชั่วโมง

อัตราตลาด (โดยประมาณ):

  • Junior Consultant: 500-1,500 บาท/ชม.
  • Mid-level: 1,500-3,000 บาท/ชม.
  • Senior: 3,000-7,000 บาท/ชม.
  • Expert/Specialist: 7,000+ บาท/ชม.

ค่าตอบแทนแบบเหมาจ่าย

ประมาณการจากชั่วโมง × อัตรา + ค่าใช้จ่าย + กำไร

ตัวอย่าง: โปรเจกต์ประมาณ 100 ชั่วโมง × 1,000 บาท/ชม.

  • ค่าแรง: 100,000 บาท
  • ค่าใช้จ่าย: 20,000 บาท
  • กำไร 20%: 24,000 บาท
  • รวม: 144,000 บาท

ภาษีและการเงิน

สำหรับที่ปรึกษาบุคคลธรรมดา

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: คำนวณจากรายได้สุทธิ (อัตราก้าวหน้า 0-35%)
  • หักภาษี ณ ที่จ่าย: 3% (ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล)
  • VAT: ไม่ต้องจด (ถ้ารายได้ไม่เกิน 1.8 ล้าน/ปี)

สำหรับที่ปรึกษาที่มีบริษัท

  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล: 20% ของกำไรสุทธิ
  • VAT: 7% (ถ้าจดทะเบียน)
  • หักภาษี ณ ที่จ่าย: 1-3%

การยกเลิกสัญญา

การยกเลิกโดยผู้ว่าจ้าง

กรณีที่ปรึกษาผิดสัญญา:

  • ส่งงานช้า
  • ผลงานไม่ได้มาตรฐาน
  • ละเมิดความลับ
  • ไม่ปฏิบัติตามสัญญา

สิทธิ์: บอกเลิกสัญญาทันทีและเรียกค่าเสียหาย

กรณีอื่นๆ:

  • ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า (ตามสัญญา)
  • จ่ายค่าตอบแทนส่วนที่ทำเสร็จแล้ว
  • อาจต้องจ่ายค่าปรับ (ถ้าระบุในสัญญา)

การยกเลิกโดยที่ปรึกษา

กรณีผู้ว่าจ้างผิดสัญญา:

  • ไม่จ่ายเงินตามกำหนด
  • ไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น
  • เปลี่ยนขอบเขตงานแบบไม่สมเหตุสมผล

สิทธิ์: บอกเลิกสัญญาและเรียกค่าตอบแทนค้างชำระ

กรณีอื่นๆ:

  • ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
  • ส่งมอบงานที่ทำเสร็จแล้ว
  • อาจต้องจ่ายค่าปรับ (ถ้าระบุในสัญญา)

ข้อพิพาทที่พบบ่อย

1. ผู้ว่าจ้างไม่จ่ายเงิน

วิธีป้องกัน:

  • ขอเงินมัดจำก่อนเริ่มงาน
  • จ่ายเป็นงวดตาม Milestone
  • ไม่ส่งมอบงานจนกว่าจะได้เงินครบ

2. ขอบเขตงานไม่ชัดเจน (Scope Creep)

วิธีป้องกัน:

  • เขียนขอบเขตงานละเอียด
  • ระบุชัดว่าอะไรไม่รวม
  • ทำ Change Order สำหรับงานเพิ่ม

3. ผลงานไม่ตรงความคาดหวัง

วิธีป้องกัน:

  • กำหนด KPI ชัดเจน
  • ส่งงานเป็นระยะให้ review
  • มีข้อตกลงเรื่องการแก้ไข

เคล็ดลับความสำเร็จ

สำหรับที่ปรึกษา

  1. เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน: อย่าพยายามทำทุกอย่าง
  2. สร้าง Portfolio: เก็บผลงานที่ภูมิใจ
  3. ขอ Testimonial: จากลูกค้าที่พอใจ
  4. ตั้งราคาที่เป็นธรรม: อย่าขายตัวถูกเกินไป
  5. สื่อสารดี: เข้าใจความต้องการลูกค้า
  6. ส่งงานเกินคาด: สร้างความประทับใจ
  7. เรียนรู้ตลอดเวลา: ติดตามเทรนด์ใหม่ๆ

สำหรับผู้ว่าจ้าง

  1. เลือกที่ปรึกษาที่เหมาะสม: ตรวจสอบประวัติ
  2. ให้ข้อมูลครบถ้วน: อย่าปกปิดปัญหา
  3. ตั้งเป้าหมายชัดเจน: รู้ว่าต้องการอะไร
  4. ให้ความไว้วางใจ: อย่าคุมงานเกินไป
  5. จ่ายเงินตรงเวลา: สร้างความน่าเชื่อถือ
  6. ขอ feedback: ปรับปรุงกระบวนการ

สรุป

สัญญาจ้างที่ปรึกษาเป็นสัญญาที่สำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยไม่ต้องจ้างพนักงานประจำ

จุดสำคัญ:

  • กำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจน
  • ตกลงค่าตอบแทนและการจ่ายเงินล่วงหน้า
  • รักษาความลับข้อมูล
  • กำหนดกรรมสิทธิ์ผลงาน
  • มีสัญญาเป็นหนังสือเสมอ

การทำสัญญาที่ดีจะทำให้การทำงานราบรื่น สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย


คำเตือน: เนื้อหาในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย กรณีมีปัญหาควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาต